More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  Welcome to HolykingdomPhotosProfileFriendsBlog Tools Explore the Spaces community

Blog

November 24

กลอนรัก8ท่า

     ชีวิตเรามันช่างแปลกจริงๆ อยู่ดีๆก็เจอนั่น อยู่ดีๆก็เจอนี่ ทั้งดีและร้าย แต่ช่วงนี้ผมจะนำเสนอกลอน8ครับ
แต่งกลอนรัก จริงๆแล้วผมเคยแต่งอยู่พอสมควร แต่ว่าไม่ได้จดเก็บเอาไว้ พอดีมีเวลาว่างนิดหน่อยเลยลองจัดให้ชมครับ
 

พายุรักซัดมาอีกระลอก              ช่วยมาตอกย้ำจิตให้ถวิลหา

เหมือนบุพเพสันนิวาสคอยชักพา   เธอมาพบประสบพักตร์นึกรักกัน

พลังสลายวิญญาณ9สวรรค์          มิอาจกั้นความรักที่โหยหา

ต่อให้สลายหายไปทั้งวิญญา        มิอาจพาหัวใจเราให้รักกัน

 

 

จัดให้แค่นี้ก่อนนะครับว่างๆจะค่อยแต่งอีก

October 20

การอัพเดต Firmware

     เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้เจอข้อบกพร่องของเจ้าrouter smc 7904wbra2+  ตัวที่ผมลงวิธีเซ็ตไว้นี่แหละครับ
ผมก็พยายามหาวิธีเซ็ตที่แก้ไขข้อบกพร่องนั้น ก็ไม่พบสักที อ้อข้อบกพร่องก็คือมันจะไม่ยอมให้การ์ด adapter ยี่ห้ออื่นๆ
(ผมก็ยังไม่เคยลองการ์ดของ ยี่ห้อ smc 2 ตัวนะครับ) เข้าระบบเน็ตเวิร์ดได้ คือเราจะ add เข้า ในส่วนของ filter table
ไม่ได้เลย ผมก็พยายามอยู่นานจนจะไปซื้อเจ้า linksys wag200g ตัวที่ผมแก้บั๊คโปรแกรมช่วยการเซ็ตค่า ก็กะว่า
ถ้ายัง add เข้า filter table ไม่ได้ก็จะซื้อ wag200g เลย แต่เมื่อผมเข้าไปดูในเว็บของ smc กลับพบ Firmware
เวอร์ชั่น 20 เข้ามาใหม่ (เวอร์ชั่น13ใช้ได้แต่addไม่ได้ ส่วน เวอร์ชั่น15ใช้ไม่ได้เลยครับ) ผมก็เลยจัดการอัพเดตมัน
พออัพเดตเสร็จ ก็จัดการลอง add ดูปรากฏว่าสามารถ add ได้ครับ มันสามารถมองเห็นการ์ดยี่ห้ออื่นๆแว้ว เย้.....
 
     เวลาเครื่องหรืออุปกรณ์มีปัญหา เราก็ควรพยายามหาวิธีแก้ไขกันก่อนนะครับ ก่อนจะไปซื้อใหม่ บ้างทีแค่อัพเดต
Firmware ก็ทำให้เครื่องสามารถใช้งานได้ตามปรกติแล้ว ดังนั้นทุกท่านก็มั่นดูแลตรวจสอบอุปกรณ์ว่า มีอุปกรณ์ใด
มีการอัพเดต Firmware หรือไดรเวอร์มั่ง ถ้ามีก็อย่ารอช้าให้อัพเดตดูแล้วปัญหากวนใจต่างๆก็จะลดลงเองแหละครับ
October 14

งานหนัก แต่ชื่นใจ

     เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2551 ที่ผ่านมา ผมโดนยัดเยียดให้เป็น Lead โปรเจ็คเร่งด่วน
แล้วโรงงานนรกก็ถือกำเนิดขึ้น โปรเจ็คนี้ทั้งทีมแทบจะไม่มีประสบการณ์ กว่าจะเซ็พอัพเครื่องได้ก็ปาไปครึ่งวัน
อ้อลืมบอกไปว่าสมาชิกในทีมมีประมาณ5-8คน พอทำงานเสร็จไปได้1วันก็ส่งงานให้ฝรั่งดู
มันดันบอกว่าเราทำช้าโคตรมันเซ็งมาก ช่วยไม่ได้ครับ พี่ๆ manager เขาก็คุยกับฝรั่งแล้ว
ว่า resource ที่มีอยู่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน งานที่ทำออกมาวันแรกเลยค่อนข้างช้า
วันถัดมาก็ทำงานได้เร็วขึ้นเป็น2เท่า เพราะไม่ต้องมาเซ็ตเครื่องอีก แต่เวรกรรมก็บังเกิดอีก
ในวันที่ 3 server ฝั่ง UK ดันล่มซะงั้นยิงฟัน   ก็เลยต้องทำโอทีกันถึง4ทุ่ม  เหนื่อยเลย 
รวบมาวันสุดท้าย งานที่ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น ฝั่งเราก็ตัดงานส่งให้ฝรั่งมันไปทำต่อ เฮ้อ
เป็น Lead โปรเจ็คนี้เหนื่อยจัง ประสบการณ์ก็ไม่มีมาก่อน เจอปัญหาเยอะแยะ ค่อยๆแก้
ไปทีละเปราะๆ แต่สมาชิกในทีมค่อนข้างมีคุณภาพทุกคนก็คอยพยายามช่วยกัน ให้โปรเจ็ค
นี้จบไปได้ด้วยดี ต้องขอขอบคุณสมาชิกเพื่อนๆน้องๆที่ทำงานทุกท่านเลยครับขยิบตา จบโปรเจ็ค
นี้กะว่าประมาณสิ้นเดือนต้องพาน้องๆที่ทำงานด้วยกันไปเลี้ยงหมูกระทะซะหน่อย มีน้องๆบ้างท่าน
เรียกร้องมา เดี๋ยวจัดให้ครับแลบลิ้น
 
     เสาร์นี่เลยนอนหลับเป็นตาย สลบสไลอยู่ที่บ้านทั้งวัน แต่วันอาทิตย์มีนัดที่พารากอนต่อ ยิ้มแฉ่ง
สรุปแล้วงานที่ทำตอนนี้ผมรู้สึกดีกับเพื่อนร่วมงานมากๆเลยครับ ทุกท่านคุณภาพทั้งนั้น  
อาทิตย์หน้าคงกลับสู่สภาวะปกติ สบายขึ้นเพราะไม่ได้เป็น Lead โปรเจ็คไหน (จะเหนื่อยน้อยหน่อย)
เป็น Lead ต้องคอยตรวจงาน ค่อยให้คำปรึกษา สมาชิกในทีม แถมยังต้องเก็บงานเวลาคนทำงานไม่พอ
พองานพลาดก็จะโดนเล่นงาน Lead รับเละ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ชื่นใจกับน้องๆสมาชิกในทีมจริงๆครับ
 
                                   Go To The NEXT Level
 
ชีวิตคนเราก็ได้ก้าวไปอีกขั้น ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง เพิ่มระดับของตัวเองไปเรื่อยๆเป็นสิ่งที่ผมชอบจริงๆครับ
July 31

คัมภีสลายหัวใจ8กระบวนท่า

     เห็นหลายๆท่านมาบอกว่าบทความมีแต่เครียดๆ ผมเลยจัดบทความขำๆมาให้ทัศนา
ขอบอกไว้ก่อนว่าบทความนี้ผมเขียนขึ้นก่อนหนังเรื่องตั๊ดสู้ฟุดมาฉายนะครับ
เขียนไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อนๆบางท่านก็เห็นไปแล้วขำกลิ้ง
 
(บทความนี้เหมาะกับคนอายุตั้งแต่18ปีขึ้นไป ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำและใช้วิจารญาณในการชม)
 
นานมาแล้วได้มีจอมยุทธท่านนึงมีนามว่าปะปุหรูป้าย ได้คิดค้นเพลงยุทธอันสุดยอดชุดนึงขึ้นมา
 
!!!!!!!!!!! คัมภีเพลงยุทธสลายหัวใจ 8 กระบวนท่า !!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
ท่าที่1 ลำแสงสลายใจ
เป็นท่าที่ไม่สามารถฝึกเองได้ แต่จะเกิดจากเหล่าศัตรูที่เราชอบ(หรือตกหลุมรัก)ปล่อยลำแสงมา
(โดยส่งสายตา หรืออาการอื่นๆที่ทำให้เราสนใจ) เคล็ดวิชา จะใช้กำลังภายในเป็นหลัก
ค่อยๆปล่อยลำแสงใส่หัวใจของเรา จะค่อยๆทำลายหัวใจเราอย่างช้าๆ บางท่านจะสามารถปล่อย
ลำแสงสวนกลับไปได้ แต่ก็จะทำให้ไม่สามารถฝึกท่าอื่นต่อไปได้ (เพราะไปเป็นแฟนกันซะแว้ว)
 
ท่าที่2 หัวใจไม่สะท้าน
เป็นท่าที่ใช้ป้องกันโดยโคจรกำลังภายในไปทั่วร่าง ป้องกันไม่ให้ตกหลุมรักใครง่ายๆ
วิธีฝึกง่ายๆ คือให้สนใจสาวคนอื่นๆที่น่ารักๆ คนอื่นๆต่อไปเรื่อยๆก็จะสำเร็จท่า
 
ท่าที่3 เพลิงอัคคีผลาญใจ
เคล็ดวิชา ต้องทำใจให้รักเขาสุดๆแล้วคอยดู คนที่เรารักอยู่กับแฟน คอยดูเขาจู๋จี๋กัน
ยิ่งเห็นเขารักกันมากเท่าใด ก็จะทำให้ยิ่งเปล่งพลังได้มากขึ้นเท่านั้น
 
ท่าที่4 หยุดหัวใจไกลหมื่นลี้
เป็นท่าที่ใช้ความเร็วเป็นหลัก ต้องคอยสังเกตุว่าคนรักของเราจะมาเมื่อไหร่ ก็คอยหนี
ให้ไกลเข้าไว้จะต้องไม่พลาดให้เขาเข้ามาใกล้ มิฉะนั้นอาจจะธาตุไฟแตกได้
 
ท่าที่5 วารีล้างใจ
กระบวนท่านี้จะใช้น้ำเป็นหลัก ฝึกฝนโดยใช้น้ำฝักบัวเปิดไปด้วยและร้องไห้ไปด้วย
ถ้ามีฝนตกก็เดินตากฝน ถ้ามีอ่างน้ำก็ให้แช่น้ำและดำน้ำลงไป ท่านี้จะใช้เมื่อเราอกหักแล้ว
 
ท่าที่6 ทลายฟ้าดับรัก
ให้ใช้กำลังภายในและความเร็วที่เหลือประมาณ ลอบสังหารแฟนของคนที่เรารัก ก็จะสำเร็จ
กระบวนท่า ข้อควรระวัง ท่านี้ถ้าทำไม่สำเร็จเราก็อาจจะถูกสังหารแทน
 
ท่าที่7 สลายรักไร้ประมาณ
เวลาพบคนที่เรารักเมื่อใดก็ให้ใช้ความเร็วสังหารซะ กระบวนท่านี้อันตรายมาก เวลาลงมือ
ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะธาตุไฟอาจจะแตกที่หัวใจของเราเองได้
 
ท่าที่8 9สวรรค์ดับวิญญาณ
เป็นสุดยอดกระบวนท่าที่ยังไม่มีผู้ใดฝึกสำเร็จ เพราะจะต้องปลิดชีพตัวเอง จึงจะสำเร็จกระบวนท่า
 
ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ใจขื่นขมระทมทุกข์ชั่วนิรันดร์
 
ปล. ยังมีท่าลับสุดยอดอีก1ท่า
อรหันต์จุติ
กระบวนท่าที่ผ่านๆมาล้วนมีจุดอ่อน แต่ท่านี้จะมีความเร็วที่สุดยอด ไร้กระบวนท่า พลังกายและกำลัง
ภายในนั้น ประมาณไม่ได้ แต่จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อสำเร็จมรรคผลเท่านั้น ถึงจะบรรลุสุดยอดกระบวนท่านี้
ถึงจุดนี้ท่านก็จะเป็นหนึ่งในใต้หล้า ยุทธภพนี้ไม่มีใครเทียบได้
 
กระบวนท่าที่6-8ไม่แนะนำให้ฝึกนะครับ โปรดใช้วิจารญาณในการอ่านด้วยครับ
July 21

โชคยังดีอย่างต่อเนื่อง

     
     ชีวิตตอนนี้เหมือนความฝัน ได้ทำงานที่ชอบ การงานก็ก้าวหน้า ศัตรูก็แพ้ภัยตัวเอง มีเพื่อนใหม่ๆดีๆหลายท่าน
จะขอเล่ารายละเอียดของงานนิดหน่อย คืองานที่ผมทำก็คือการ fix bug ก็คือการแก้ไขโปรแกรมที่ผมทำก็แค่แก้ไข
user interface บางส่วน ซึ่งจริงๆผมว่างานไม่ยากนัก แต่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบและความรับผิดชอบสูงมาก
โปรเจ็คที่รับผิดชอบอยู่ขณะนี้ก็มี2โปรเจ็คหลักๆ
 
1. PhotoShop Element ซึ่งถ้าเสร็จตามกำหนดทาง Adobe ก็จะเปิดตัวภายในปีนี้ แต่ถ้าไม่ทันก็อาจจะเป็นปีหน้า
2. โปรเจ็คแก้บั๊คของ Linksys เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ช่วย user setup ตัวอุปกรณ์ต่างๆ เช่น wag200g ซึ่งเพิ่ง
ทำเสร็จไปหมาดๆ (อันนี้เขาให้ผมเป็น Lead of Project ด้วย) ต้องคอยตรวจงานเพื่อนร่วมงาน พลาดไปหลายรอบ
แต่พี่ๆคอยช่วยตรวจกันอีก กว่าจะส่งลูกค้าเลยออกมาperfect
 
ยังมีโปรเจ็คของ Kodak และอื่นๆอีกนิดหน่อย
 
อยากจะขอขอบคุณเพื่อนพี่ๆน้องๆที่ร่วมงานอีกด้วย ที่ช่วยกันตรวจงาน ค่อยเตือนเมื่อทำงานผิดพลาด
(ถ้ายังเป็นมนุษย์ เราก็ยังมีความผิดพลาดอยู่) ทำให้ปิดบางโปรเจ็คได้อย่างสวยงามมากๆ
ลูกค้าส่งงานมาให้ทำอีก(ฝรั่งมันติดใจน่ะอิอิ) อ้อแล้วต้องขอโทษจริงๆกับความผิดพลาดด้วยครับ
จะคอยพยายามเพิ่มความละเอียดรอบคอบอีกครับ go to next level fight!
 
มาเม้าแค่นี้ดีก่า เดี๋ยวไอ้เพื่อนซี้ๆจะหาว่าขี้โม้ ใครอ่านแล้วหมั่นไส้ก็เมล์มาคุยกันได้ครับ อิอิ
 
May 30

การทำบุญและการบริจาคเลือดเพิ่มบารมี

    
     เมื่อวันอาทิตย์มีเพื่อนสนิทมากๆมาชวนไปทำบุญที่วัดระฆัง  ซึ่งปีที่แล้วผมไปวัดนี้3ครั้ง เพราะเพื่อนๆมีเคราะห์กันบ่อย
เช่นโดนขโมยของ ทำสร้อยทองหาย เลยต้องหาที่พักใจ ระบายความทุกข์ ผมเองก็ไม่นึกว่าการทำบุญจะได้ผล แต่เพื่อนๆ
ชวนก็ไปกับเขาหน่อย ปีนี้มาเจอกับตัวไม่นึกว่าจะโดนตั้งแต่ต้นปีเรื่อยมา พอเพื่อนชวนปุ๊บก็ตอบตกลงปั๊บไปทำบุญถวาย
สังฆทาน ถวายปัจจัย สักหน่อย เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นเคราะห์ต่างๆจะได้หมดไป พอทำบุญผ่านไปไม่กี่วันโชคดีมากๆก็เริ่มมาครับ
(ไม่ขอบอกว่าอะไรนะ) ความสบายใจกายก็เกิดขึ้นกับตัวจนรู้สึกได้ ไม่คิดว่าจะเห็นผลถึงเพียงนี้ ใครมีอะไรไม่สบายใจหรือ
กายหรือมีปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้ ลองหาที่ไปทำบุญดูนะครับ ไม่เฉพาะว่าเป็นวัดระฆังนะครับ ทำวัดไหนก็ได้ แล้วแต่
ศรัทธาและกำลังทรัพย์
 
     ยังมีการทำบุญอีกแบบเช่นการบริจาคเลือด ซึ่งปีๆนึงสามารถทำได้สูงสุด4ครั้งเท่านั้น แล้วเลือดแต่ละหยดก็อาจจะไป
ช่วยชีวิตของคนได้ ใครที่ไม่เสี่ยงกับโรคทางเพศและร่างกายแข็งแรง ว่างๆอยากทำบุญก็ลองไปบริจาคเลือดดูนะครับ 
แล้วถ้าบริจาคเลือดไปสัก1-2ครั้งแล้ว เขาก็มีให้ตรวจสเต็มเซลหรือคุณจะยื่นขอให้ตรวจสเต็มเซลเองก็ได้ เพื่อให้คนที่มี
สเต็มเซลเหมือนกับคุณ แต่เขาอาจจะเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดแดงหรือขาว สามารถนำไปปลุกถ่ายช่วยให้เขามีชีวิตต่อไปได้ครับ
ในการบริจาคเลือดก็ยังมีอีก2แบบ
 
คือบางครั้งเขาจะขาดแต่เม็ดเลือดแดงเขาก็จะขอให้เราบริจาคเม็ดเลือดแดง ซึ่งกรณีนี้ใครๆ
ที่เคยบริจาคเลือดมาแล้วก็สามารถบริจาคได้ทุกคนครับ
 
แต่บางครั้งเขาจะขาดแต่เกล็ดเลือดเขาก็จะขอให้เราบริจาคเกล็ดเลือด ในกรณีนี้เขาจะขอตรวจเกล็ดเลือด
ถ้าใครตรวจแล้วผ่านก็จะสามารถบริจาคได้ตลอดชีวิต แต่ถ้าไม่ผ่านก็ไม่สามารถบริจาคเกล็ดเลือดได้ตลอดชีวิตครับ
เขาให้เหตุผลว่าเม็ดเลือดขาวที่ผลิตออกมานั้นมีแค่ให้เจ้าของใช้ได้เท่านั้น ไม่สามารถบริจาคให้คนอื่นๆได้
 
อ้อยังมีtipอีกนิดหน่อยกรณีที่ผมบริจาคเลือดนั้น ผมจะนำการนั่งสมาธิเพ่งไปตอนบริจาคด้วย โดยผมจะ
กำหนดจิตไว้ว่า ถ้าใครได้รับโลหิตของผมไป ถ้าใกล้ตายก็ขอให้รอด แต่ถ้าไม่ถึงกับใกล้ตาย ก็ขอให้หายเร็วๆและมีจิตที่ดีงาม
 
     ส่วนใครจะทำบุญแบบไหนก็แล้วแต่ชอบนะครับ จะได้บุญจริงๆหรือไม่อย่าไปหวังหรือโลภอะไรมากมายนัก แต่อย่างน้อย
ที่เห็นผลทันตาก็คือ พอทำเสร็จคุณก็จะสบายใจขึ้นแน่นอนไม่มากก็น้อย (ทำแล้วอย่าคิดมากนะครับ)
May 19

เก็บตกจาก Forward Mail

   
    เพื่อนผม forward mail มาฉบับนึงเนื้อหาโดนใจผมมากครับ เป็นเรื่องของการเข้าใจผิดกันครับ ดังนี้
 
คุกกี้ 1 ห่อ กับ "...การตัดสินคน..
ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดีจำเป็นต้องรอเวลาถึง 3
ชั่วโมงในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง
เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม และคุ๊กกี้ 1 ห่อและเตรียมหาที่
นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆเธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง
เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ
เธอสังเกตเห็นว่า ข้างๆ
เธอมีชายหนุ่มซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใครว่าจะมีใครนั่งอยู่ ข้าง
ๆเขาสักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจาก ถุง
ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสองแล้วกินมันอย่างละชิ้น เธอมองด้วยความโกรธแต่
ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวายเธอจึงทำเป็นไม่สนใจเธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกิน
คุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย
กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป
เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า"ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย"ทุกครั้งที่เธอหยิบ
กิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้นทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้
เหลือเพียงชิ้นสุดท้ายเธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร ชายหนุ่ม
ค่อยๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออก เป็น 2
ชิ้นส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น
เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า "เขาช่างเป็นคนไร้ มารยาทสุดๆ 
ช่างไร้การศึกษาไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ"
เธอลุกขึ้น หยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง
ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิมภาย
หลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้วเธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง
ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็  พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ
เธอตกใจมาก
ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่
ก็แปลว่า....คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกินเธอลุกขึ้นทันที
แล้ววิ่ง 
ออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่มแต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่ามันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษ
ชายหนุ่มระหว่างเดินกลับเข้าเครื่องเธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ
เธอนั่นเองที่ไร้ มารยาท เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง..........
มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา
ที่ค้นพบในภายหลังว่า"สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริงมันเป็นการเข้าใจผิด
 มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่นและทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเองซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย"
.........นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่นหลาย
ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นควรมองผู้อื่นในแง่ดี 
 แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า"เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง?เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่น
บ้างหรือไม่".........
 
    คือผมเพิ่งโดนมาเต็มๆเลยค่อนข้างอินน่ะครับ บางครั้งคำที่ว่า คนโง่ยอมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาดนั้นก็ไม่จริงเสมอไปเพราะถึงฉลาดแต่ไม่โกงก็ไม่ได้เอาเปรียบใคร แต่คนซื่อต่างหากที่ตกเป็นเหยื่อของคนโกงครับ อันนี้จริงแน่นอน
May 06

วิธีนั่งสมาธิ

     วิธีที่นิยมกันมากๆ กำหนดง่ายทุกคนทำได้ ก็เห็นจะเป็นการกำหนดลมหายใจครับ โดยให้กำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อผูกจิตกับลมหายใจ แล้วนึกถึงคำ2คำเช่น พุทโธ ธรรมโม สังโฆ จริงๆแล้วสำหรับผม การนึกถึงคำเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น พอปฏิบัติไปสักพักก็จะเหลือเพียงแค่ความรู้สึก หายใจเข้าออกเท่านั้นครับ ส่วนวิธีอื่นๆก็มีอีกหลายวิธี
1. การกำหนดยุบหนอพองหนอ โดยใช้หน้าท้องในการกำหนด (จริงๆผมว่ามันก็เหมือนกับการกำหนดลมหายนั่นแหละครับ)
2. การเพ่ง (กสิณ) โดยอาจจะหาเทียนหรือพระพุทธรูปมานั่งพิจารณา โดยส่วนตัววิธีนี้ยากเหมือนกัน ไม่สามารถปฏิบัติได้ในทุกที่ทุกเวลา
 
ยังมีวิธีที่ผมลองผิดลองถูกอีกเช่น การกำหนดจิตให้อยู่จุดๆเดียวแล้วกำหนดให้เคลื่อนที่ไปตามร่ายกาย การแผ่เมตตา พอผมนั่งสมาธิไปได้สักพักก็ทำการแผ่เมตตา แผ่ส่วนกุศลให้แก่ญาติและเพื่อนๆที่รู้จัก ใครไม่สบายผมก็จะแผ่เมตตาไปให้ครับ (อันนี้ผมคิดไปเองนะครับ คือเพ่งจิตให้เขาสุขภาพดี) ซึ่งผลที่ได้นั้น ดีกว่าที่คิด เช่นญาติผมเป็นโรคเหมือนมีเนื้องอกที่คอ ขณะนั้นเนื้องอกก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่พอผมเพ่งจิตไปสัก1-2เดือน อาการนั้นก็หายหรืออาการไม่รุกรามกว่าเก่า (เรื่องนี้ก็เรื่องจริง แต่มันอาจจะบังเอิญก็ได้ครับ) แต่การทำแบบนี้อาจจะเป็นสมาธิที่ไม่ดีก็ได้(มิจฉาสมาธิ)  ซึ่งผมก็สงสัยเหมือนกันว่าที่ผมปฏิบัตินั้นดีหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ แล้วถ้าถูกผมนั่งสมาธิได้ถึงระดับไหนแล้ว จึงได้ค้นหาและทราบถึงระดับได้ดังนี้ครับ
 
อุปจารสมาธิ

          อุปจารสมาธินี้เรียกอุปจารฌานก็เรียก เป็นสมาธิที่มีความตั้งมั่นใกล้จะถึงปฐมฌานหรือ
ปฐมสมาบัตินั่นเอง อุปจารสมาธิคุมอารมณ์สมาธิไว้ได้นานพอสมควร มีอารมณ์ใสสว่างพอใช้ได้ 
เป็นพื้นฐานเดิมที่จะฝึกทิพยจักษุญาณได้ อารมณ์ที่อุปจารสมาธิเข้าถึงนั้นมีอาการดังนี้
          ๑. วิตก คือความกำหนดจิตนึกคิดองค์ภาวนาหรือกำหนดรูปกสิณ จิตกำหนดอยู่ได้
ไม่คลาดเคลื่อน ในเวลานานพอสมควร
          ๒. วิจาร การใคร่ครวญในรูปกสิณนิมิต ที่จิตถือเอาเป็นนิมิตที่กำหนด มีอาการเคลื่อนไหว
หรือคงที่ มีสีสันวรรณะเป็นอย่างไร เล็กหรือใหญ่ สูงหรือต่ำ จิตกำหนดรู้ไว้ได้ ถ้าเป็นองค์ภาวนา 
ภาวนาครบถ้วนไหม ผิดถูกอย่างไร กำหนดรู้เสมอ ถ้ากำหนดลมหายใจ ก็กำหนดรู้ว่า หายใจเข้า
ออกยาวหรือสั้น เบาหรือแรง รู้อยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ เรียกว่าวิจาร
          ๓. ปีติ ความปลาบปลื้มเอิบอิ่มใจ มีจิตใจชุ่มชื่นเบิกบาน ไม่อิ่มไม่เบื่อในการเจริญภาวนา
อารมณ์ผ่องใส ปรากฏว่าเมื่อหลับตาภาวนานั้นไม่มืดเหมือนเดิม มีความสว่างปรากฏคล้ายใคร
นำแสงสว่างมาวางไว้ใกล้ๆ บางคราวก็เห็นภาพและแสงสีปรากฏเป็นครั้งคราว แต่ปรากฏอยู่ไม่นาน
ก็หายไป อาการของปีติมีห้าอย่างคือ
          ๓.๑ มีการขนลุกขนชัน ท่านเรียกว่าขนพองสยองเกล้า
          ๓.๒ มีน้ำตาไหลจากตาโดยไม่มีอะไรไปทำให้ตาระคายเคือง
          ๓.๓ ร่างกายโยกโคลง คล้ายเรือกระทบคลื่น
          ๓.๔ ร่างกายลอยขึ้นเหนือพื้นที่นั่ง บางรายลอยไปได้ไกลๆ และลอยสูงมาก
          ๓.๕ อาการกายซู่ซ่า คล้ายร่างกายโปร่ง และใหญ่โตสูงขึ้นอย่างผิดปกติ
          อาการทั้งห้าอย่างนี้ แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นอาการของปีติ ข้อที่ควรสังเกตก็คือ
อารมณ์จิตชุ่มชื่นเบิกบานแม้ร่างกายจะสั่นหวั่นไหว บางรายตัวหมุนเหมือนลูกข่างแต่จิตใจก็เป็นสมาธิ
แนบแน่นไม่หวั่นไหว มีสมาธิตั้งมั่นอยู่เสมอ การกำหนดจิตเข้าสมาธิก็ง่าย คล่อง ทำเมื่อไร เข้าสมาธิได้
ทันที อาการของสมาธิเป็นอย่างนี้
          ๔. สุข ความสุขชื่นบาน เป็นความสุขที่ละเอียดอ่อน ไม่เคยปรากฏการณ์มาก่อนเลยในชีวิต
จะนั่งสมาธินานแสนนานก็ไม่รู้สึกปวดเมื่อย อาการปวดเมื่อยจะมีก็ต่อเมื่อคลายสมาธิแล้ว ส่วนจิตใจ
มีความสุขสำราญตลอดเวลา สมาธิก็ตั้งมั่นมากขึ้น อารมณ์วิตกคือการกำหนดภาวนา ก็ภาวนาได้ตลอด
เวลา การกำหนดรู้ความภาวนาว่าจะถูกต้องครบถ้วนหรือไม่เป็นต้น ก็เป็นไปด้วยดี มีธรรมปีติชุ่มชื่น
ผ่องใส ความสุขใจมีตลอดเวลา สมาธิตั้งมั่น ความสว่างทางใจปรากฏขึ้นในขณะหลับตาภาวนา อาการ
ตามที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แหละ ที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ หรือเรียกว่า อุปจารฌาน คือเฉียดๆ จะถึง
ปฐมฌานอยู่แล้ว ห่างปฐมฌานเพียงเส้นยาแดงผ่า ๓๒ เท่านั้นเอง ตอนนี้ท่านยังไม่เรียกฌานโดยตรง
เพราะอารมณ์ยังไม่ครบองค์ฌาน ท่านจึงยังไม่ยอมเรียกว่าสมาบัติ เพราะยังไม่ถึงฌาน
 
ซึ่งคัดลอกมาจาก http://www.palungjit.com/smati/k40/smabat.htm  เป็นคำอธิบายเต็มๆหลายเรื่องครับ สงสัยอะไรก็ลองอ่านดูครับ
 
     ส่วนตัวผมจะสำเร็จขั้นใดนั้นไม่ขอกล่าวนะครับ  แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าเริ่มปล่อยวางสิ่งต่างๆได้มากขึ้น ไม่รู้สึกถึงความโกรธหรือเข้าถึงความโกรธได้ยากขึ้น สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นเพียงสิ่งกระตุ้น ทำให้จิตไม่สงบ ทำให้เกิดอารมณ์ ซึ่งจริงๆแล้วตัวเรานั่นเองที่ก่อให้เกิดอารมณ์นั้นๆ ถ้าฝึกฝนจิตได้พอสมควรแล้ว อารมณ์ต่างๆก็ไม่สามารถทำให้เราเกิดทุกข์ได้ครับ แล้วถ้ามองโลกในแง่ดี เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมานั้น ผมว่ามันเป็นการฝึกฝนจิตของเรา ทำให้เราก้าวไปอีกขั้น

มานั่งสมาธิกันเถอะครับ

    หมู่นี้ผมรู้สึกว่าการนั่งสมาธิทำให้จิตนิ่งจริงๆครับ สามารถแยกผลกระทบต่างๆกับความรู้สึกหรืออารมณ์ได้ จึงได้นำคำพระธรรมเทศนา ของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ซึ่งผมคิดว่าท่านเทศได้ดีมาให้ทุกท่านพิจารณาใช้ปัญญาวิเคราะห์ดูครับ
 
การทำสมาธิทำให้จิตแก่กล้า แล้วมันทำให้ร่างกายสมบูรณ์สุขภาพดีได้เหมือนกัน ถึงแม้เราไม่ต้องการว่าจะสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ก็ตาม แต่ว่ามันเป็นของมันเอง
กาย เป็นของรองรับซึ่งทุกข์ทั้งหลาย อยากอยู่นาน ๆ อยากได้อายุยืนนาน ก็อยากทุกข์น่ะซี อายุ 80 ปี 90 ปี 100 ปี อายุนานเท่าใดมันก็ทุกข์นานเท่านั้น คนปรารถนาทุกข์เหลือเกิน เหตุนั้นเรามาทำภาวนาสมาธิดีกว่า ฝึกอบรมสมาธิให้สุขภาพจิตมันดียิ่งขึ้นไป ส่วนร่างกายเราไม่อาลัยอาวรณ์มันหรอก นั่งลงไปมันจะเจ็บปวดร้าวด้วยประการต่าง ๆ ไม่ต้องอาลัยกังวลเกี่ยวข้องกับมน ขอให้จิตอยู่นิ่งก็แล้วกัน เมื่อจิตสงบแล้วกายมันก็อยู่นิ่งของมันเอง จิตวางกายแล้ว ไม่ปรากฏเลยว่า นั่นนอนหรือเป็นอะไรต่าง ๆ มันไม่ปรากฏ มันปรากฏเพียงจิตอันเดียว นั่นแหละจิตทิ้งกายแล้ว ทีนี้มันค่อยสบายเป็นสุข
การทำสมาธิมีอานิสงส์มากมายหลวงหลาย ทำสมาธิให้เป็นเสียก่อนแล้วจึงจะค่อยรู้เรื่อง หากไม่ทำเองใครจะพูดอย่างไร เท่าใดมันก็ไม่รู้เรื่องหรอก ต้องเห็นประจักษ์ด้วยตนเองเสียก่อนจึงจะรู้จะเข้าใจ เช่นว่าเราไม่เคยนั่งเลย นั่งทีแรกมันก็ต้องเจ็บต้องปวดอะไรต่าง ๆ ครั้งฝึดหัดนั่งสมาธิจนเห็นความสุขสงบ หรือจากการยืนหรือเดินก็ตาม เมื่อจิตปล่อยวางกายหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ได้ความสงบอย่างยิ่งแล้ว จะชอบอกชอบใจอยากทำ ทีแรกมันต้องบังคับฝืน ครั้นภาวนาเป็นสมาธิแล้ว ทีนี้ไม่ต้องบังคับหรอก มันอยากทำ มันขยันเอง
การทำสมาธิต้องฝึกหัดจิตตัวนี้แหละ ไม่ต้องทำอย่างอื่นฝึกฝนอบรมจิตอันเดียวนี้ แต่ไหนแต่ไรมาจิตไม่เคยฝึกฝนอบรมจิตนี้หากเราไม่ฝึกฝนอบรมก็ไม่มีวันเป็นสมาธิได้สักที แล้วไม่มีใครทำให้ได้ด้วย ไม่เหมือนสิ่งอื่น วัตถุอื่น เช่นทำเรือกสวนไร่นาทำการงานต่าง ๆ คนอื่นทำให้ได้ แต่ทำสมาธิคนอื่นทำให้ไม่ได้ ตนเองทำจึงค่อยได้ แล้วเห็นด้วยตนเองคนอื่นไม่เห็น
เหตุนั้นจึงว่า การทำสมาธินั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ที่ว่ายากคือจิตใจของเรานั่นอยากให้เป็นสมาธิ ทำอย่างไรจึงจะเป็นสมาธิ ก็ดิ้นรนกระเสือกกระสนด้วยประการต่าง ๆ ก็เลยไม่เป็นซ้ำ นั่นแหละเรียกว่ามันยาก ที่ว่าง่ายนั้นก็คือ มันไม่ต้องการอะไร ไม่อยากอะไร ปล่อยวางเฉย ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ เรื่องราวต่าง ๆ มันก็อยู่ตามเรื่องของมัน เอาแต่จิตของเรา เมื่อจิตมันวางอารมณ์ต่า ๆ แล้ว มันสงบนิ่งก็เป็นสมาธิ ไม่ได้นึกได้คิดว่าจะเป็น แต่ว่ามันเป็นเอง นั่นแหละที่ว่าง่ายก็ง่าย

เหตุนั้นการทำสมาธิคือ หาอุบายที่จะจับจิตให้ได้ จิต คือผู้คิด ผู้นึก ผู้ปรุงแต่ง สารพัดทุกอย่างนั่นแหละ มันไม่อยู่กับที่ เมื่อมันไม่อยู่นิ่งก็เดือดร้อน ดิ้นรนกระสับกระส่าย ของเหล่านั้นล้วนแต่จิตทั้งนั้น มันส่งส่ายไปในที่ทั้งปวงหมด ถ้าเราเห็นโทษ ก็ปล่อยวางอันที่มันวุ่นวายอยู่นั่นทุกสิ้งทุกอย่าง ไม่เอาแล้ว ปล่อยไปตามเรื่องของมัน เมื่อปล่อยวางหมดแล้ว มันจะมีอะไรอีก? มันก็ยังเหลือแต่จิตเท่านั้น มันก็สงบอยู่ในที่เดียวนั่น มีแต่ความนิ่ง อันนั้นคือ ความรู้ หรือ ธาตุรู้ ก็เรียกหรือจะเรียก ผู้รู้ ก็ได้ นั่นได้ชื่อว่าถึงตัวของเราแล้ว รักษาตัวได้แล้ว ตัวของเราอยู่กับตัวแล้ว นั่นแหละจึงเห็น "ตัวแท้" คือธาตุรู้นั่นเอง เมื่อเข้าถึงตรงนั้นแล้ว ทีนี้ใครจะทำอะไร ใครจะคิด ใครจะพูดอะไร ก็ไม่กระทบกระเทือนแล้ว ใครจะดีชั่ว หรือถูกผิดก็ไม่กระทบกระเทือน ไม่ว่าอะไรหรอก เข้าถึงตรงนั้นแล้วมันไม่มองดูใครทั้งนั้น เอาเฉพาะแต่ตัวของมันเอง
หัดให้มันได้อย่างนี้บ่อย ๆ ได้ชื่อว่าทำจิตของเราให้มันแก่กล้า ทำจิตของเราให้เป็นคนแก่คนเฒ่า มันจะหมดเรื่องแล้วคราวนี้ ไม่มีกังวลเกี่ยวข้องอะไรทั้งปวง มันอยู่สงบเฉย ทำถึงสมาธิแล้วมันหมดเอง เข้าของเงินทองสมบัติพัสถานอะไรทั้งปวงหมดไม่มีในที่นั้นเลย ยังอยู่แต่ ผู้รู้ ผู้เดียว ไม่คิดไม่นึก ที่สุดของพุทธศาสนาอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าไปหาที่อื่นเลย ไปเห็นตรงนั้นแล้วมันหมดที่ไป
จึงว่าการไม่คิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง อันนั้นแหละเป็นที่สุดของโลก การปรุงการแต่งนั่นเป็นเรื่องของโลก การคิดการนึกก็เป็นเรื่องของโลก ไม่คิด ไม่นึก ไม่ปรุง ไม่แต่ง แต่ว่ารู้ตัวอยู่เฉย ๆ อันนั้นมันก็เหนือโลก เรียกว่า โลกุตระ ทำได้อย่างนั้นแล้วจะเอาอย่างไรนอกเหนือจากนั้นอีก
คัดลอกมาจาก http://se-ed.net/pratongtum/tesana/atask/nungsamathi.html นะครับ
April 28

การบล็อคผู้ไม่พึงประสงค์ทางmsn

     เนื่องจากว่าผมได้รับ comment ว่าบทความที่มีอยู่นั้นค่อนข้างเข้าใจยากสำหรับคนทั่วๆไปเลยจัดทำบทความที่คิดว่าง่าย จึงนั่งจัดทำแนะนำการใช้งานMSNในบางหัวข้อให้ครับ กรณีที่ผู้ที่เล่นmsnไม่ต้องการจะติดต่อกับคนนึงคนใดในmsnเราก็จะมีวิธีการบล็อคเขาได้2วิธีครับ
 
1. ไปดูที่listชื่อ   คลิ๊กขวาชื่อที่ต้องการ   แล้วเลือก block contact วิธีการนี้ผู้ที่ถูกบล็อคจะไม่เห็นว่าเราออนไลน์อยู่ แล้วถึงแม้เขาจะส่งข้อความมา มันก็จะไม่ถึงเราครับ ซึ่งในส่วนนี้อาจจะมีการเข้าใจผิดกรณีที่คุณไปกดบล็อคชื่อเขาไว้ แต่เขาไม่ได้บล็อคชื่อคุณ คุณจะส่งข้อความไปเรื่อยๆแต่ทำไมเขาไม่ตอบสักทีกลายเป็นการสื่อสารทางเดียว (one way communication) ซึ่งอาจจะทำให้มีการเข้าใจผิดได้ครับ อีกอย่างถึงแม้ว่าเราจะบล็อคเขาได้แต่เขาอาจจะเมล์ถึงเราได้ ให้ดูวิธีถัดไปครับ
 
2. กรณีที่ไม่ต้องการให้เขาเมล์มาได้ด้วย ก็อาจจะไปลบจาก myhotmail contact ซึ่งวิธีนี้เมล์ก็จะไปอยู่ใน junk ถ้าเราทำการกำหนดที่ filter ใน option น่ะครับให้มันกรองว่าเมล์ใดที่ไม่อยู่ใน list ก็ให้ไปอยู่ใน junk กลับมาใน msn เราจะทำการลบและบล็อคเขาไปในตัว โดยการ ไปดูที่listชื่อ   คลิ๊กขวาชื่อที่ต้องการ   แล้วเลือก delete contact มันจะขึ้นช่องให้ติ๊ก2ช่อง คือ  Also block this contact กับ Also remove from my hotamail contacts ให้ติ๊กถูกทั้ง2ช่องครับจะเป็นการบล็อคการส่งข้อความทางmsnและก็บล็อคทางเมล์ไปด้วย โดยเมล์ที่เขาเมล์มาก็จะไปอยู่ที่ junk เช่นกันครับ พอเห็นว่ามีอยู่ใน junk พอเมล์ในjunkมีมากสมควร เราก็ empty ซะก็เป็นอันจบกระบวนการครับ
 
    วิธีการนี้เพื่อนๆหลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว ผมคิดว่าผู้ที่สามารถทำบล็อคได้ก็น่าจะทราบดีแน่นอนครับ กรณีที่เราไม่ต้องการจะคุยหรือติดต่อกับใครคนนั้นอีกก็เพียงแค่ delete contact เขาไปหรือถ้าเขาส่งเมล์มาก็ไม่ต้องอ่านเพียงแค่ลบทิ้งไปคิดซะว่าเป็นเมล์ขยะก็เท่านั้น อย่าทำให้เมล์เพียงแค่2-3ฉบับหรือข้อความบางข้อความที่คุณไม่พอใจ ทำให้เรื่องบานปลายจนอาจจะกลายเป็นการตัดเพื่อนของคุณไปครับ
 
    ขอขยายความเรื่อง one way communication สักนิดครับ อาจจะเกิดได้2แบบ
1. ผู้ส่งส่งอย่างเดียว     0 ------->0
2. ผู้รับส่งอย่างเดียว     0 <------ 0
 
    โดยอาจจะมี noise เกิดการแทรกซ้อนข้อมูล ทำให้ข้อมูลที่เราได้รับไม่ถูกต้อง ผิดพลาดไปได้ครับ ในรูปแบบของคนนั้น ก็อาจจะเป็นไปได้ว่ามีผู้ส่งส่งข้อมูลอย่างเดียว ไปให้ผู้รับ ซึ่งข้อมูลอาจจะตกหล่น แถมอาจจะเกิด noise ระวังทางโดยอาจจะมีบุคคลที่3มาทำให้สับสน ทำให้ผู้รับได้รับข้อมูลผิดพลาด แล้วผู้รับก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต้องทนรับข้อมูลที่ผิดพลาดนั้นๆต่อไป ซึ่งจะแก้ได้โดยใช้วิธี two way communication (0 <------> 0)   ในภาคปฏิบัตินั้นการเกิด noise ในสายโทรศัพท์ก็อาจจะมาจากการปิดเปิดไฟหรือมีไฟฟ้ากระชาก เพราะบ้างบ้านอาจจะเดินสายไฟกับสายโทรศัพท์คู่กัน ทำให้เกิดปัญหาเวลาเล่นเน็ต อาจจะทำให้สายหลุดหรือการรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพลดลง(เช่น จาก20kเหลือ6kเป็นต้น) วิธีการแก้ไข จะแก้โดยใช้สายคู่ตีเกลียวมาใช้เป็นสายโทรศัพท์ โดยที่สายคู่ตีเกลียว (จากสายที่เป็นคู่ธรรมดามาม้วนๆให้เป็นเกลียว) หาซื้อที่มีเกลียวอยู่แล้วได้จากร้านขายอุปกรณ์คอมหรือแถวบ้านหม้อ(กรุงเทพ) ก็มีครับ จะทำให้ noise หมดไปได้ครับ จริงๆมันยังมีภาคทฤษฏีอีกซึ่งเข้าใจยากนิดหน่อยผมไม่ขออธิบายนะครับ
 
January 29

คำศัพท์ทางคอมนะครับ

วันนี้ได้ข้อสอบเก่าเขาบริษัท กสท.มา เขาให้อธิบายคำว่า DoSกับDDoS โดยปกติถ้าผมเห็นdosแล้วก็จะนึกดอส ms-dosของwindowน่ะครับ แต่เมื่อค้นหาโดยเข้าเว็บ http://en.wikipedia.org เป็นเว็บที่เหมือน encyclopedia ครับมีทุกเกือบอย่างอธิบายไว้หมด เลยนำมาแปลคร่าวๆนะครับ
 
DoSมาจาก Denial of service attack
 
มันก็คือการโจมตีให้เครื่องserverทำงานจนไม่สามารถให้บริการแค่clientได้ โดยอาจจะแบ่งการโจมตีได้2แบบ
1. จะโจมตีเครื่องเป้าหมายจนต้องresetหรือคืนresourceให้ระบบ คือ จะโจมตีให้เว็บมันล่มบ่อยๆนั่นเอง
2. จะขัดขวางการติดต่อระหว่างclientกะserverไม่ได้ติดต่อกันได้นานๆ แป๊บๆหลุดๆ
 
ส่วนDDoSมาจาก Distributed Denial of service attack
Malwareคือพวกไวรัสหรือwormหรือsoftwareที่ไม่หวังดีต่างๆนาๆ ผมจะใช้Malwareอ้างอิงต่อไป โดยปกติMalwareที่เข้าไปติดในเครื่อง ก็จะสร้างzombie(โปรแกรมหลอกๆ)เพื่อไปโจมตีเครื่องๆเดียว เช่น ไวรัสMyDoom เครื่องที่ถูกโจมตีจากพันๆเครื่องก็แสดงว่า โดนDDoSแล้